ปัจจุบันมีผู้ใช้ internet จำนวน 3 พันล้านกว่าคน หรือ 40% ของประชากรโลกสามารถเข้าถึง internet ได้ หากย้อนไปในปี 1995 มีแค่เพียงประชากร 1% ที่สามารถเข้าถึง internet ได้ และแล้วตัวเลขนี้ก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงระหว่างปี 1999-2013 ที่มีการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ internet ถึง 10 เท่าตัว ผู้ใช้ internet พันล้านแรกครบเมือปี 2005 พันล้านที่สองครบเมือปี 2010 และพันล้านที่สามครบเมือปี 2014

สำหรับผู้ใช้พันล้านต่อไป(ขอเรียกว่าผู้ใช้พันล้านต่อไปนะครับ) หากเรามองให้ภาพรวมของผู้ใช้ internet ทั้งหมดอาจจะ ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หากเรามองการเจริญเติบโตว่าพันล้านต่อไปนี้ว่าจะมาจากไหน จะทำให้เรามองเห็นว่าเพราะเหตุใดเราจึงต้องให้ความสำคัญกับผู้ใช้พันล้านใหม่นี้

ผู้ใช้ internet พันล้านคนต่อไปจะมาจากไหน

13 ประเทศ ที่มีการเจริญเติบโตของผู้ใช้ Internet มากสุดในปี 2016

13 ประเทศ ที่มีการเจริญเติบโตของผู้ใช้ Internet มากสุดในปี 2016

ในภาพข้างบน เป็นการแสดงจำนวนของผู้ใช้ internet ที่เพิ่มขึ้นใน ปี 2016 13 อันดับแรก และสีของวงกลมแต่ล่ะวง ยังแสดงอัตราการเข้าถึง internet ต่อประชากรทั้งหมดของประเทศอีกด้วย หรือที่เรียกกันว่า internet penetration

จากปริมาณการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้ internet ในปี 2016 ที่ผ่านมาจะพบว่า อันดับ 1 กว่า 108 ล้านคนที่เพิ่มขึ้นเป็นประชากรจากประเทศ India และตามมาด้วย China อันดับ 2 ห่างๆ ที่ 15.5 ล้านคน ส่วนอันดับ 3 ที่ตามมาแบบห่างๆ คือ Brazil ที่เพิ่มขึ้น 6.7 ล้านคน ส่วนอันดับ 4–13 ล้วนมีจำนวนผู้ใช้ internet ที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่า 5 ล้านคน

เราลองมาดูข้อมูลการใช้ internet และจำนวนประชากรเต็มๆของแต่ล่ะประเทศกันต่อดีกว่าครับ เรียงตามลำดับมากไปยังน้อย

ข้อมูลจาก http://www.internetlivestats.com/ แสดงรายละเอียดของแต่ล่ะประเทศ

จากข้อมูลของแต่ล่ะประเทศข้างบน จะเห็นว่ามีกลุ่มประเทศที่น่าสนใจก็คือ ประเทศ India, Nigeria, Indonesia, Pakistan, Iran, Bangladesh, Philipines และ Thailand เนื่องจาก เป็นกลุ่มประเทศที่มีจำนวนประชากรค่อนข้างมากและยังเป็นกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเข้างถึง internet ของประชากรที่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง หรือต่ำกว่า 50% ทำให้ยังมีโอกาสเติบโตที่สูงกว่ากลุ่มประเทศที่เหลือ ดั้งนั้น เราพอจะสามารถสรุปได้ว่า กลุ่มผู้ใช้พันล้านคนต่อไปจะเป็นคนจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ซะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ ประเทศอินเดีย, ปากีสถานและอินโดนีเชีย ที่จำนวนประชากรเยอะมากและอัตราส่วนคนที่เข้าถึง internet ยังต่ำกว่าประเทศอื่นๆมาก

หากเรามองที่ตัวเลขแล้วลดความซับซ้อนของการคิดลง ก็คงจะพูดไม่ผิดว่าผู้ใช้พันล้านต่อไปส่วนใหญ่หรือแทบจะทั้งหมดจะมาจาก India เพราะด้วยปริมาณประชากรที่เยอะกว่าประเทศอื่นๆมากยกเว้นแค่จีน แต่การเข้าถึง internet ยังน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ฉะนั้นหากเรานึกภาพการใช้งานของกลุ่มพันล้านต่อไปไม่ออกก็ขอให้นึกถึง India แล้วกันนะครับ

กลุ่มพันล้านต่อไปจะมาจากกลุ่มประเทศนี้เป็นส่วนใหญ่

ทำไมเราต้องสนใจผู้ใช้ internet พันล้านต่อไป

สาเหตุที่เราต้องให้ความสำคัญกับผู้ใช้ internet พันล้านคนต่อไปเพราะ กลุ่มคนเล่านี้จะมีสิ่งเหล่านี้ที่จะแตกต่างออกไป

  1. สาเหตุแรกที่เราต้องสนใจผู้ใช้พันล้านต่อไปเพราะ internet จะช้ากว่าและแพงกว่า internet ของผู้ใช้พันล้านก่อนหน้านี้ ช้ากว่ายังไง ลองมาดูกราฟิกนี้กันครับ
ความเร็วเฉลี่ยของการเชื่อมต่อ internet ผ่านมือถือ ข้อมูลจาก www.wearesocial.com

จากกราฟข้างบน คงพอจะเห็นว่า ในกลุ่ม 13 ประเทศที่ผู้ใช้พันล้านคนต่อไป ส่วนใหญ่จะอยู่ใน ครึ่งหลังที่ internet จะช้ากว่าประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยด้วย ถึงแม้จะมีประเทศเช่น Philipines กับ Indonesia ที่จะถือว่า internet ค่อนข้างเร็วกว่าค่าเฉลีย แต่โดยรวมเนื่องจากสองประเทศนี้เป็นหมู่เกาะ ทำให้การใช้งาน internet ยังค่อนข้างมีปัญหาและความลำบากทางด้านความเสถียร และราคาที่ถือว่าแพงเมือเทียบกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

ที่นี้เราลองมาดูด้านราคาการเข้าถึง mobile data เมื่อเปรียบเทียบกับค่าจ้างขั้นต่ำ ว่าต้องทำงานกี่ชั่วโมงในการซื้อ data 500 mb ของแต่ล่ะประเทศกันบ้างครับ

จำนวนชั่วโมงที่ต้องทำงานถ้ามีรายได้ขั้นต่ำในแต่ล่ะประเทศเพื่อซื้อ mobile data 500 mb ข้อมูลจาก www.jana.com

จะเห็นว่าจากข้อมูลข้างต้นประเทศที่ mobile data cost แพงที่สุดก็หนีไม่พ้นกลุ่มประเทศที่เป็นฐานของผู้ใช้ internet พันล้านคนต่อไป ไม่ว่าจะเป็น Nigeria, India, Thailand, Philipines, Indonesia หรือแม้กระทั่ง China หากเราคำนวนจากค่าใช้จ่าย เราพบว่าการที่โหลดเกมฟรีใน India ที่มีขนาด 40 MB. จะมีราคาถึง 70 บาทเลยทีเดียว ซึ่งมีราคาสูงกว่าการโหลดเกมแบบจ่ายเงินเสียอีก

“จะเห็นว่าในกลุ่มพันล้านต่อไป กลุ่มเหล่านี้จะพบปัญหาเรื่อง ความเร็ว และ ราคาของ internet อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดั้งนั้นเราในฐานนักพัฒนาเกม จึงต้องเตรียมความพร้อมให้เกมของเรา รองรับปัญหาทางด้านเสถียรภาพของ internet, มีขนาดเกมที่เหมาะสม และให้สามารถทำงานออฟไลน์ได้ ไม่เช่นนั้นโอกาสที่เกมของเราจะสามารถเข้าถึงผู้เล่นกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้ก็จะเป็นสิ่งที่ยากลำบาก”

2. สาเหตุที่สองที่เราต้องสนใจผู้ใช้พันล้านต่อไปเพราะ กลุ่มผู้ใช้งานเหล่านี้จะเป็น Mobile First (หรือใช้มือถือเป็นหลักในการเชื่อมต่อ internet)และ จะเป็นเครืองมือถือที่คุณภาพแย่กว่ากลุ่มผู้ใช้งาน internet พันล้านก่อนหน้านี้ ก่อนอื่นเรามาดูกันดีกว่าครับ ว่า ผู้ใช้กลุ่มนี้ทำไมถึงเป็น Mobile First

จำนวนชั่วโมงต่อวันที่เชื่อมต่อ internet ผ่านมือถือ ข้อมูลจาก www.wearesocial.com

จากกราฟข้างต้น คงจะเห็นว่า Thailand หรือไทยของเราเนี้ยแหละ เป็นอันดับ 1 ในการเชื่อมต่อ internet ผ่านมือถือครับ และตามมาติดๆ ด้วยกลุ่มประเทศ พันล้านต่อไปครับ ไม่ว่าจะเป็น Brazil, Indonesia, Philipines หรือ India ครับ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะผู้ใช้งานพันล้านต่อไป ส่วนใหญ่จะมีแค่เพียงมือถือเป็นเครืองอย่างเดียว, เครืองมือแรก และเครืองมือหลักในการเชื่อมต่อ internet หรือทีเราเรียกว่า Mobile First

นอกจากนี้จะเห็นว่ากลุ่มประเทศพันล้านต่อไป ยังมีอัตราการใช้ internet ผ่านมือถือที่สูงกว่าประเทศที่อยู่นอกกลุ่มค่อนข้างเยอะ ทั้งนี้ เป็นไปตามวิถีชีวิตของประชาขนแต่ละ่ประเทศด้วย เช่น Thailand, Philipines หรือ Indonesia เป็น 3 ประเทศที่มีค่านิยมในการใช้ Social Media ค่อนข้างสูง อาจจะเป็นด้วยการชอบ connect กับเพื่อนๆ ผ่าน Social Media หรือ ปัญหาการจราจล ทำให้มีเวลานั่งโดยสารค่อนข้างเยอะ อุปกรณ์พกพาในการเชื่อมต่อ internet จึงมีบทบาทสูง

“เนื่องจากกลุ่มผู้ใช้พันล้านต่อไป จะใช้ internet ในลักษณะ Mobile First และมือถือมีคุณภาพต่ำกว่า พันล้านที่ผ่านมา นักพัฒนาเกมควรที่จะเตรียมพร้อม ในการทำให้ประสบการณ์การใช้งานเกมของนักพัฒนา ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการ แปลภาษาให้ผู้ใช้งานกลุ่มนี้เข้าใจการใช้งานได้ง่ายขึ้นและ มี tutorial สอนการเล่น เพราะ หลายคนอาจจะเพิ่งโหลดเกมครั้งแรก และ นักพัฒนาควรที่จะใส่ใจประสิทธิภาพของเกมในเครืองทุกระดับ ว่าการใช้งานของผู้ใช้มีปัญหาเรือง พื้นทีหน่วยความจำ, มีปัญหา crash, ใช้แบตเตอรี่อย่างมีประสิทธิภาพมากพอหรือยัง หรือมีปัญหาการทำงานช้าไหม”

3. สาเหตุที่สามที่เราต้องสนใจผู้ใช้พันล้านต่อไปเพราะ มูลค่าการใช้จ่ายของตลาดที่เจริญแล้วหรือผู้ใช้งาน internet พันล้านที่ผ่านมา จะมีการเจริญเติบโตที่ช้ามาก ในขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายของประเทศพันล้านต่อไปจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 2020

การใช้จ่ายทีเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศพัฒนากับกำลังพัฒนา ข้อมูลจาก www.jana.com

“เราในฐานะนักพัฒนาจึงควรที่จะเตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจเกมในระยะยาว ซึ่งหมายถึงการรองรับตลาดที่กำลังจะเกิดใหม่เหล่านี้ด้วย เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่จะเกิดขึ้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโมเดลธุรกิจและการออกแบบเกมให้เหมาะสมกับแต่ล่ะประเทศ”

ถึงตรงนี้ หวังว่านักพัฒนาทุกท่านคงจะตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้พันล้านต่อไปแล้ว และคงเตรียมรับมือเกมของตัวเองให้พร้อมกับโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้น 🙂


บทเสริม : การเตรียมความพร้อมของบริษัท internet ยักษ์ใหญ่ต่างๆ

เราลองมาดูเล่นกันครับ ว่าบ. internet ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายเค้าเตรียมความพร้อมกับ ผู้ใช้พันล้านต่อไปยังไงบ้างครับ

มาดูในฝั่ง Google ก่อน ในงาน Google IO ปี 2017 ที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินกับโครงการใหม่ของ Google ที่ชื่อ Android GO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวที่จะช่วยส่งเสริมประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้พันล้านต่ไป​ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบข้อกำหนดเครืองให้เอื่อต่อการตั้งราคาที่ถูกลงหรือการออก suite software ของ Google ให้มีการใช้พื้นที่น้อยลงกว่าเดิมและสามารถใช้งานเมื่อออฟไลน์ได้ นอกจาก Android Go แล้วยังมี

  • Project Loon เป็นโปรเจ็คหนึ่งที่จะส่งบอลลูนไปยังชั้นบรรยากาศ Stratosphere เพื่อส่งสัญญาณ internet ลงมาให้ผู้ใช้ในพื้นที่ห่างไกล
  • ตั้งหน่วยทีมนักพัฒนา NBU(Next Billion User) ใน ออฟฟิส Singapore เพื่อให้ทีมนักพัฒนาอยู่ใกล้กลุ่มประเทศที่คาดการณ์ว่าจะเป็นผู้ใช้ internet พันล้านคนต่อไป
  • การปล่อย Chromebook (ซึ่ง support การรันแอป Android) ที่มีราคาถูกกว่า Window เป็นทางเลือกการใช้งานสำหรับคนที่ไม่ต้องการไปใช้ PC ที่มีราคาแพงกว่า
  • นอกจากนี้ยังมีความพยายามอื่นๆ ที่จะสร้างวงจรการใช้งานของผู้ใช้ให้มีประสบการณ์ที่ดี เช่นการเพิ่ม feature Android Vital ใน Google Play Dashboard เพื่อให้นักพัฒนาสามารถติดตามปัญหา crash, เกมทำงานช้า หรือแม้กระทั่ง การใช้แบตเตอรี่ที่เยอะเกินของเกม

ฝั่ง Facebook เน้นการปรับตัว app ให้มีความเหมาะสมสำหรับแต่ล่ะประเทศ เช่นการ ใช้งานใน Indonesia พบว่าส่วนใหญ่จะเพื่อการซื้อขาย การใช้งานในเมียรมาร์ จะเป็นเพื่อการบริโภคข่าวสาร จึงเกิด Instant Article เป็นต้น ที่จะสามารถโหลดใช้งานได้เร็วกว่าเดิมถึง 10 เท่า หรือ การที่ Facebook พยายามจะให้บริการ internet ผ่าน เครืองบินที่ยิงสัญญาณ internet ลงมาบนพื้น อีกทั้งเราจะลืม Facebook Lite ไม่ได้ ที่มีการปรับขนาดให้เล็กลงและมีการ optimize ให้ใช้ internet ที่น้อยลงกว่าตัวเต็ม

ทางด้าน Amazon เองก็พยายามที่จะปรับตัวให้เน้นทางด้าน localization ของแต่ล่ะประเทศให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านภาษา หรือ การที่พยายามใช้อุปกรณ์อย่าง Echo เพื่อเจาะตลาด India ที่พบว่าคนที่เป็นกลุ่มผู้ใช้พันล้านต่อไป ชอบที่จะใช้คำสั่งเสียงและการสือสารทางเสียงกับอุปกรณ์มือถือมากกว่าการพิมพ์