ทราบกันไหมครับ ว่าก่อนที่เราจะมีเกมเล่นบนมือถือหรือเครืองเกมเช่น PS4 หรือ Nintendo Switch คนสมัยก่อนทำอะไรเพื่อความบันเทิง หรือเคยสงสัยไหมครับว่า วิธีการที่เราเล่นเกมในแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มีต้นกำเนิดได้ยังไง ทำไม ถึงกลายเป็นเครือง console หรือ เครืองมือถือต่างๆ ที่เราเล่นอย่างทุกวันนี้ได้ ? เรืองนี้เป็นเรืองที่ผมสงสัยเหมือนกันครับ ตอนสมัยที่ผมเร่ิมพัฒนาเกมใหม่ๆ ผมสงสัยว่า มีเหตุการณ์สำคัญอะไร ที่ทำให้การเสพสือบันเทิงเช่นเกมในยุคนี้ถึงเป็นในรูปแบบในตอนนี้ได้ครับ

เราเรียนรู้อดีตเพื่อที่เราจะสามารถเข้าใจปัจจุบัน และ ทำนายอนาคตได้ครับ

วันนี้ผมเลยอยากจะนำเสนอบทความวิวัฒนาการก่อนที่จะเป็นเกมในรูปแบบต่างๆ ว่ามีความเป็นมายังไงครับ โดยเนื้อหาในตอนแรกนี้จะเป็นเนื้อหาตั้งแต่ ยุคแรกของเครืองเล่นต่างๆ จนถึงยุคสุดท้ายก่อนที่จะมีเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จทางการตลาดอย่างเครือง Atari เริ่มกันเลยนะครับ

ข้างล่างเป็น Slide นะครับ สามารถกด ซ้าย หรือ ขวา เพื่อเลือน Slide เพื่อดูเนื้อหาได้เลยนะครับ

เริ่มต้นจากเครื่อง Pin Ball

Pin ball ยุคแรก

ปี 1869 – เริ่มเข้าสู่เครื่องเกมเครืองแรกคือเครือง Pin ball โดยในยุคแรก Pin ball เป็นเครื่องที่เริ่มใช้ สปริงในการดีดลูกบอลขึ้นจากพื้นที่เล่น ซึ่งพัฒนาจากแนวคิดบิลเลียดบนโต๊ะที่มีเป้าหมายการเล่นเพื่อ พุ่งบอลไปชนวัตถุต่างๆ

ปี 1933 – เป็นครั้งแรกที่เครือง Pin ball เริ่มมีการใช้พลังงานไฟฟ้าในเครืองผ่านการใช้ถ่าน และ ปีถัดมามีการเพิ่มตัวนับคะแนนและเสียงเข้าไปด้วย

ปี 1940 ถึง ปี 1970  – หลายรัฐในสหัรฐ เริ่มแบน(ทำให้ผิดกฎหมาย)การเล่น Pin ball โดยความเชื่อที่ว่าเป็นการพนันรูปแบบหนึง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ในยุคนี้การเล่น Pin ball ยังไม่มีตัว Flipper หรือตัวที่ใช้ดีดลูกบอลกลับเข้าไปในพื้นที่เล่น เจ้าหน้าที่เมืองต่างๆ เลยมองว่าเป็นการเสี่ยงโชคมากกว่าการใช้ฝีมือเล่น

ปี 1947 – Pin ball ยังผิดกฎหมายในหลายรัฐของสหรัฐ แต่ Pin ball ยังคงมีวิวัฒนาการอยู่ โดยในปีนี้ เป็นปีแรกที่พบว่า Pin ball เริ่มมีการใช้ Flipper หรือตัวดีดลูกกลับเข้าพื้นที่เล่น

จุดเริ่มต้นยุค Nintendo

Hiroshi Yamauchi

Hiroshi Yamauchi

ปั 1889 – Hiroshi Yamauchi ก่อตั้งบริษัท Marufuku Co. Ltd. เพื่อจัดจำหน่ายการด์ Hanafuda, Yamauchi เกิด 22 พย. 1859 เป็นนักธุรกิจและจิตกรจากเมืองเกียวโต ในยุคที่การด์ต่างๆ ถือเป็นการพนันรูปแบบหนึงในญีปุ่น แต่สิ่งที่ทำให้ Hanafuda สามารถวางขายได้คือ การที่ Yamauchi เปลี่ยนจากตัวเลขบนการด์ เป็นรูปภาพต่างๆ แทน ทำให้ได้รับการผ่อนผัน และสามารถวางขายได้ในที่สุด  ร้านของ Yamauchi ที่วางขายการด์เหล่านี้ชื่อ Nintendo Koppai ซึ่งภายหลังถูกเรียกให้ง่ายเหลือแค่ Nintendo แปลว่า “leave luck to heaven” หรือ “ฝากโชคชะตาไว้กับสรวงสรรค์” การด์วาดมือของ Hanafuda จาก Nintendo ได้รับความนิยมอย่างมากจนทำให้ Yamauchi ต้องจ้างคนมาช่วยวาด

ปี 1907 – ถึงปีนี้ Hanafuda ได้รับความนิยมอย่างมากและจำเป็นต้องทำการด์ในรูปแบบ Mass Production นอกจากนั้นก็เริ่มทำการด์สำหรับประเทศทางฝั่งตะวันตกด้วย ซึ่งทำให้บริษัทโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็น บริษัทการด์ที่โตที่สุดในประเทศญีปุ่น

ปี 1929 – Yamauchi เกษียณในวัย 70 ปีและให้ลูกเขยชื่อ Sekiryo Kaneda ดูแลกิจการ Nintendo ต่อ, Yamauchi เสียซีวิตปี 1940 หรือ 11 ปีต่อมา

ปี 1985 – Nintendo ปล่อยเครืองเล่นเกม NES หรือ Nintendo Entertainment System ที่สหรัฐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Atari กำลังเสื่อมความนิยมอย่างมากเพราะ การมีเกมคุณภาพแย่จำนวนมาก (ใครคิดตัวอย่างเกมคุณภาพแย่ไม่ออกให้ดูที่เกม E.T. เป็นตัวอย่างครับ ถึงขนาดต้องสร้างหลุมสำหรับฝั่งกลบตลับเกม) และการขาดการควบคุมดูแลเรืองระบบ License ของเกมต่างๆบนเครือง Atari ในปีนี้ NES กลายเป็นเครืองที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ปี 1989 – Nintendo ต่อยอดความสำเร็จด้วยการปล่อยเครือง Game Boy หรือเครืองเกมพกพาเครืองแรกของ Nintendo พร้อมกับเกมตำนวนอย่าง Tetris

SEGA และเกมตู้ของ SEGA

เครืองหยอดเหรียญเครืองแรกของ SEGA

เครืองหยอดเหรียญเครืองแรกของ SEGA กับเกม Periscope

ปี 1945 – จุดเริ่มของ SEGA, SEGA เริ่มก่อตั้งขึ้นเมือปี 1951 แต่ จดทะเบียนจริงๆ เมือปี 1960 โดยเริ่มจากการตั้ง Service Games ที่ Hawaii ปี 1945  เมื่อ Irving Bromberg กับลูกชาย Martin Jerome Bromberg รวมมือกับ James L. Humpert เพื่อจัดจำหน่ายเครือง Slot กับเครืองหยอดเหรียญสำหรับบุคคลากรกองทัพในฐานทัพของทหารสหรัฐ (เป็นที่มาของคำว่า Service Games เพราะ คนที่รับราชการทหารจะเรียกว่าทำงาน Service) ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ปี 1951 – สภาพ Congress ของสหรัฐ เริ่มการแบนเครือง Slot ตามฐานทัพของตัวเองภายในประเทศสหรัฐ ทำให้ Service Games ต้องมองหาช่องทางอื่นในการทำธุรกิจ ในปี 1952 Service Games จึงส่ง Richard Stewart พนักงานขาย กับ Raymond Lamaire วิศวกรไปญีปุ่นเพื่อช่วยกันโปรโมตสินค้าของ Service Game ตามกองกำลังสำรองของ US ในญีปุ่น ทำให้เกิด Service Game ในญีปุ่น และเกิดโรงงานสำหรับทำตู้ Slot ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อทำตู้ Slot ให้กับ Service Game ในญีปุ่นและยูโรป

ปี 1960 – หลังจากการ Buy Out ธุรกิจของ Service Game ทำให้ Service Game เหลือแค่ส่วนของสาขาที่ญีปุ่น ซึ่งภายหลังแยกเป็นสองส่วนโดยใช้ชื่อว่า Nihon Goraku Bussan สำหรับการจัดจำหน่ายและ Nihon Kikai Seizo สำหรับการผลิต

ปี 1965 – ทหารอากาศ David Rosen ที่เคยประจำที่ฐานทัพญีปุ่น ผู้ก่อตั้ง Rosen Enterprise Inc ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากกับการนำเข้า Photo Booth จาก US เข้าญีปุ่น ตัดสินใจควบรวมกิจการกับ Nihon Goraku Bussan เพือก่อตั้งเป็น SEGA Enterprise (SErvice GAmes + Rosen ENTERPRISE inc)

ปี 1966 – SEGA ปล่อยเกมตู้ของตัวเองเกมแรกชื่อ Periscope ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง จนถูกซื้อไปในปี 1969 โดยบริษัท Gulf + Western

เกมวิดีโอเกมแรก

เกม OXO

เกม OXO

ปี 1952 – นักศึกษา Ph.D ที่มหาวิทยาลัย Cambridge ชื่อ Alexander Shafto Douglas ตัดสินใจออกแบบเกมชื่อ OXO game สำหรับ Thesis บนเครือง EDSAC (Electronic Delay Storage Automatic Calculator) ของมหาวิทยาลัย ที่สามารถคำนวนได้ 600 instruction ต่อวินาที วิธีการเล่น OXO game สามารถทำได้โดยผู้เล่นจะหมุนตัว control แบบ rotary telephone controller เพื่อเลือกพิกัดที่ต้องการวางตัว X หรือ O ซึ่งจะแสดงผลบนหน้าจอ CRT ต่อ โดยทุกเกมจะเป็นการเล่นแข่งกับ AI น่าจะเรียกว่าเกม OXO game เป็นเกมวีดีโอเกมแรก ถึงแม้จะไม่ได้เปิดให้สาธารณะได้เล่นก็ตาม รูปแบบการเล่นเกมก็จะเป็นเกม X/O บ้านเราครับ

วิดีโอเกมสำหรับสาธารณะเกมแรก

tennis-for-two

ปี 1958 – นักฟิสิกส์ชื่อ William Higinbotham ร่วมมือกับผู้ช่วยพัฒนาวีดิโอเกมแรกที่ได้รับการเปิดสาธารณะได้เล่น  เพื่อใช้สำหรับให้ผู้เยียมชม Brookhaven National Laboratory ใน New York ได้เล่นสำหรับวันเยี่ยมชมแล๊ป ตัวเกมใช้เวลาออกแบบประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับแล๊ปที่เป็นแล๊ปค้นคว้าด้านนิวเคลียร์ ตัวเกมได้รับการ update เรือยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจอที่ใหญ่ขึ้นและฟีเจอร์อื่นๆ รูปแบบการเล่นเกมจะเหมือนเกม Pong

เกม Spacewar จาก Steve Russell

Steve Russell

ปี 1961 -Steve Russell รวมกับ เพื่อนๆจาก Tech Model Railroad Club พัฒนาเกมชื่อ Spacewar ซึ่งเป็นเกมหนึ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะเป็นแรงบันดาลใจให้นักพัฒนาคนอื่นๆ ได้ พัฒนา Spacewar เวอร์ชั่นของตัวเองต่อ และยังถูก Port ไปยังคอมระบบอื่นๆ อีกมากมาย ตัวเกม Spacewar ถูกพัฒนาบน PDP-1 ตัวเกมเป็นเกมสำหรับเล่น 2 คน ที่พยายามบังคับยานอวกาศเพื่อยิงอีกฝ่ายให้ตก โดยตรงกลางจอจะมีดาวที่คอยดูดยานให้เข้าหาทำให้เสียศูนย์การบังคับ หากโดนดูดเข้าตรงกลางจะไปเกิดใหม่บนแผนที่

สามารถดูตัวอย่างการเล่นได้จาก Youtube

Ralph Baer คนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวีดีโอเกม

Ralph Baer

ปี 1966 – Ralph Baer ซึ่งทำงานเป็นวิศกร บ. Sanders Associate ผู้รับเหมาทางด้านงานทางทหาร ได้เริ่มเขียนรายละเอียด 4 หน้ากระดาษถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง “Game Box” หรือเครืองเล่นเกมที่สามารถทำให้คนทั่วไปสามารถเล่นเกมบนทีวีที่บ้านของตัวเองได้ ผู้บริหาร Sanders คนหนึงเห็นถึงความเป็นไปได้จึงได้มอบเงินให้ Baer จำนวน 2500$ และ วิศวกร 2 คน

ปี 1971 – หลังจากทำงานวิจัยกว่า 7 ปี กับการออก Prototype 7 อัน Baer กับ Sanders ได้ยื่นจดสิทธิบัตรสำหรับ VDO game อันแรก

ปี 1972 – “Brown Box” ได้ถูก License ให้แก่ Magnavox และขายในชื่อ Odyssey ในปี 1972 ซึ่งเป็นเครือง VDO game เครืองแรกที่จัดจำหน่าย ตัวเครืองที่จำหน่ายเป็นเพียงเครืองเปล่า ส่วนตัวเกมสามารถซื้อเพิ่มเป็น “Program cards” ในปีแรก Odyssey สามารถขายได้ 100,000 เครือง ที่ราคาเครืองล่ะ 100$

ปี 1975 – เครือง Odyssey มียอดขายถึง 300,000 เครือง

หลังจากการวางขาย Odyssey ในช่วงเวลาตลอด 20 ปี คาดกันว่า Magnavox สามารถทำเงินจากการฟ้องร้อง สิทธิบัตรการทำเครืองเกมได้ถึง 100$ ล้าน

จบยุค “วิวัฒนาการของยุคก่อนเกม”

ตรงนี้ก่อนนะครับ เดียวเรามาต่อกันในยุคของเครืองวิดีโอเกมยุคแรกกันต่อครับ